แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ java แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ java แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การใช้งาน Google App Engine โดยใช้ Eclipse ในภาษา JAVA

หลังจากไม่ได้เขียนบล็อกมานาน วันนี้เอาเรื่องดีๆจากทาง Google มาฝากครับ คือ Google App Engine หลายๆคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร มันนคือการนำ Web Application ที่เราเขียนไปฝากใว้กับ Google เค้านั่นเองครับ มันก็คล้ายๆกับ Web Hosting นั่นแหละ แต่ความพิเศษของ Google App Engine ก็คือความง่ายของมัน เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถ Deploy (Upload) Web Application ของเราขึ้นไปอยู่นบน Internet แล้ว
Google App Engine รองรับหลายภาษาครับ เช่น Python Go เป็นต้น แต่ในตัวอย่างผมจะขอใช้ Java ครับ ถ้าใครพอจะมีความรู้เรื่อง Servlet มาบ้างก็คงจะทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เขียนอะไรกันมายืดยาว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

--รายละเอียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google App Engine
--โปรแกรมที่ใช้กันในวันนี้น
Eclipse 3.6 (fro Java) http://www.eclipse.org/

การติดตั้งโปรแกรม
1. ในโปรแกรม Eclipse คลิกที่เมนู Help เลือก Install New Software…
2. ในช่อง Work in ใส่ URL http://dl.google.com/eclipse/plugin/3.6 คลิก Add
3. จะมี Dialog ขึ้นมาถามชื่อ ให้ว่างไว้แล้วคลิก OK
4. คลิกเลือกดังภาพ และกด Next
5. ทำตามขั้นตอนของโปรแกรมจนเสร็จการติดตั้ง Plug in


การเขียน Web Application โดยใช้ Google App Engine เบื้องต้น
1. ในโปรแกรม Eclipse เลือก File > New > Other…
2. เลือกที่ Google > Web Application Project
3. ตั้งค่าต่างๆของ Project ดังภาพ และคลิก Finish
4. จะได้หน้าจอดังภาพ
5. เมื้อได้ Project แล้วให้กดปุ่ม Compile เพื่อทำการ Compile
6. กดปุ่ม Compile ดังภาพ Project ของเราจะถู Compile ทันที
7. ทำการ Run โปรแกรมโดย คลิกขวาที่ Project > Run As > Web Application
8. ใน Tab ด้านล่าง ให้คลิกที่ปุ่ม Reload
9. เปิด Web Browser แล้วเข้าไปที่ http://localhost:8888/ เพื่อดูผลของโปรแกรม



การ Deploy Application
1. เข้าไปลงทะเบียนที่ https://appengine.google.com/ และทำตามขั้นตอนใน Web Site
2. คลิกที่ Deploy บน Toolbar
3. จะได้หน้าจอดังภาพ ให้คลิกที่ App Engine project setting…
4. ใส่ Application ID ที่ได้จากข้อ 1 เข้าไป และคลิก OK
5. คลิก Deploy แล้วรอจนกว่าจะ Upload เสร็จ
6. เข้าไปดู Application ที่ Deploy ไปที่ http://.appspot.com/

ผ่านไปแล้วครับสำหรับการสร้าง Web Application โดยใช้ Google App Engine ตั้งแต่เริ่มต้นจนได้ Application ไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ ลองเขียน Web Application ของตัวเอง แล้วเอามาแชร์กันนะครับ

--Web Application ที่ได้จากตัวอย่าง
http://chon-nidhi.appspot.com/ (เป็น Code ตัวอย่างของ Google Plug in ใน Eclipse ครับ ^^)

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การนำ Bean มาใช้ใน Bean Box

หลังจากนั่งมึนๆงงๆ กับ data warehouse ที่ยังไม่เสร็จจนถึงตอนนี้ ผมก็เลยตัดสินไม่ทำแล้วมานั่งเขียน Blog ดีกว่าครับ วันนี้เราจะพูดถึง BeanBox คือโปรแกรมช่วยสร้างโปรแกรมโดยการลากว่าง และเราสามารถเพิ่ม Bean เข้าไปในโปรแกรมได้ครับ ในตัวอย่างต่อไปจะเป็นการนำเอา Counter จาก Blog ที่แล้วมาใช้ ไปดูวิธีการกันเลยครับ
1. นำ JAR ไฟล์ที่เป็น Bean ใส่ไว้ในโฟลเดอร์ beans\jars ในตัวอย่างจะเป็น Counter.jar

2. กลับไปที่โฟลเดอร์ \beans\beanbox ดับเบิลคลิก run.bat โปรแกรมจะรันขึ้นมาได้ดังภาพ
สังเกต ToolBox ด้านซ้ายมือจะมี Bean ชื่อว่า Counter ซึ่งเป็น Bean ที่ได้เพิ่มเข้าไปจากในข้อ 1
3. ทำการเพิ่ม Bean Counter เข้ามาใน BeanBox โดยคลิกที่ Bean ที่ต้องการใน ToolBox และมาคลิกที่ตำแหน่งที่ต้องการใน BeanBox
4. สร้างปุ่ม ExpliciButton จำนวน 3 ปุ่ม โดยวิธีเช่นเดียวกับ ข้อ 3 จะได้หน้าตาโปรแกรมดังภาพ

5. ทำการเปลี่ยน Label ของปุ่มทั้งสามปุ่ม โดยการแก้ไขค่า label ในหน้าต่าง Properties
6. แก้ไข Label อีกสองปุ่มที่เหลือเป็นดังภาพ

7. เพิ่ม Bean TickTock เข้ามาใน BeanBox และกำหนด Properties interval เป็น 1
8. ทำการกำหนด Event ให้กับปุ่ม เริ่มต้นที่ปุ่ม Start โดย การคลิกที่ปุ่ม และเลือก Edit > Events > button push > actionPerfrom
คลิกที่ Counter
จะพบหน้าต่าง EventTargetDialog ให้เลือกที่ start
9. ทำการกำหนด Event ของอีกทั้งสองปุ่มเช่นเดียวกับปุ่ม Start ในข้อ 8 แต่ ปุ่ม Stop เลือก method stop และ ปุ่ม Reset ให้เลือก method reset

10. ทำการกำหนด Event ให้กับ TickTock โดยการคลิกที่ TickTock และเลือก Edit > Events > propertyChange > propertyChange และคลิกที่ Counter ดังภาพ
เลือกที่ increment ดังภาพ
11. จะสังเกตเห็นว่า Counter จะเพิ่มขึ้นทุก 1 วินาที และเมื่อทดลองกดปุ่ม Stop Counter ก็จะหยุดการนับค่า เมื่อกดปุ่ม Reset ค่าก็จะกลับมาเริ่มต้นที่ 0
ถ้าทำตามขั้นตอนก็จะได้ผลดังที่กล่าวมาครับ วันนี้พอแค่นี้ดีกว่าครับ data warehouse ยังไม่เสร็จ (แย่แล้วแหละครับ = =) ขอไปทำก่อนนะครับ ติดตามได้ตอนต่อไปขอบคุณครับ

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การใช้งานโปรแกรม eclipes ฉบับเริ่มต้น สำหรับการเขียนโปหรแกรมภาษา Java



พอพูดถึงการเขียนโปรแกรมบางคนอาจนึกถึง Editor ที่แตกต่างกันไป เช่น Notepad,Edit plus เป็นต้น แต่ Editor เหล่านั้นไม่ได้เหมาะกับการเขียนโปรแกรมซึ่งมีขนาดใหญ่มาก มี Source Code นับพันบรรทัด ในวันนี้เราเลยอยากนำเสนอโปรแกรม Editor ที่จะช่วยให้การเขียนโปรแกรมง่ายขึ้น คือ "Eclipse"
Eclipse เป็น IDE คือ โปรแกรมที่ช่วยในการเขียนโปรแกรมนั้นเอง (http://meewebfree.com/site/basic-website/161-what-is-ide-program-and-how-relate-programmer รายละเอียดเกี่ยวกับ IDE ครับ ^^) ในตัวโปรแกรมเองสามารถโหลด Software ต่างๆเพื่อพัฒนา App บน Android,BlackBerry ฯลฯ หลายคนคงอยากรู้แล้วว่า Eclipse มันมีหน้าตาและจะเริ่มต้นใช้งานมันอย่างไร เรามาเริ่มกันเลยครับ
  1. เข้าไปที่ http://www.eclipse.org/downloads เลือกที่ Eclipse IDE for Java Developers ตาม Platform ของตัวเอง และ Download
  2. หลังจากที่ Download จะได้ไฟล์นามสกุล zip ให้ Extract ไฟล์ออกมา จะได้ดังภาพ

  3. เข้าไปที่โฟลเดอร์ eclipse จะพบไฟล์ ชื่อ eclipse.exe และ ดับเบิลคลิก เปิดโปรแกรมขึ้นมา

  4. ก่อนเข้าโปรแกรมจะพบการตั้งค่า workspace คือที่เก็บของมูล Project ที่เราสร้างขึ้นในโปรแกรม ให้คลิก OK

  5. เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรกจะพบหน้าจอดังภาพ

  6. ทำการสร้าง Project ใหม่ โดยการเลือกที่ File > New > Java Projec

  7. หน้าจอการตั้งค่า Project

    Project name คือ ชื่อ Project ที่เราต้องการ
    Location คือ ที่เก็บไฟล์ Project สามารถกำหนดเองได้โดยการเอาเครื่องหมายถูกที่ Use default location ออก
    เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วให้คลิกที่ Next

  8. หน้าจอการตั้งค่าเกี่ยวกับ โครงสร้างในการเก็บไฟล์,Java Library ต่างๆ เราสามารถตั้งค่าต่างๆในภายหลังได้ ให้คลิก Finish

  9. เมื่อสร้าง Project แล้วจะพบหน้าจอดังภาพ

  10. โฟลเดอร์ของ Project ที่สร้างได้

    src คือ โฟลเดอร์ที่เก็บ Source Code ต่างๆไว้


  11. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ src > New > Class เพื่อสร้าง Class

  12. ตั้งค่าเกี่ยวกับ Class ที่เราะสร้าง โดยให้ใส่ชื่อ Class แล้วกด Finish

  13. จะได้หน้าจอดังภาพ

  14. ใส่ Source Code ดังภาพ

  15. กดปุ่ม Run เพื่อรันโปรแกรม
  16. เมื่อกดปุ่มจะพบหน้าจอตั้งค่าการรัน ให้เลือกที่ Java Application แล้วคลิก OK


  17. จะได้ผลการรันโปรแกรมด้านล่างของโปรแกรม Eclipse
หลังจากผ่านไป 17 ข้อเราก็ได้ผลการรัน จะเห็นได้ว่า Eclipse ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ในบทความต่อๆไปเราจะนำเสนอเทคนิคเพื่อให้กาเขียนโปรแกรมง่ายและเร็วขึ้น รวมไปถึงการเขียนโปรแกรมบน Android ด้วยครับ โปรติดตามผม และเพื่อนๆได้ใน บทความต่อๆไป ขอคุณครับ^^